<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวเกี่ยวกับสุขภาพ &#187; โรคหูดับ</title>
	<atom:link href="http://www.healthdee.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.healthdee.com</link>
	<description>รวบรวมเนื้อหา ข่าวสุขภาพ  เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 02 Jun 2010 15:41:43 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ฟังเพลงเสียงดัง ระวังเป็นโรคหูดับ</title>
		<link>http://www.healthdee.com/news/326.html</link>
		<comments>http://www.healthdee.com/news/326.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 14:40:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อะซัยโคลเวีย]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหูดับ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthdee.com/?p=326</guid>
		<description><![CDATA[
ชอบใส่หูฟัง เปิดเพลงเสียงดังหรืออยู่ในที่มีเสียงดังเป็นประจำ เสี่ยงเป็นโรคหูดับ อาการมีทั้งเป็นชั่วคราวและถาวร
โรคหูดับหรือชื่อภาษา อังกฤษว่า Sudden Hearing Loss (SHL) คือภาวะสูญเสียการได้ยินอย่างกะทันหัน โดยผู้เป็นโรคหูดับจะมีอาการหูได้ยินเสียงน้อยลงหรือไม่ได้ยินเสียงเลย อาจเป็นข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นข้างเดียว การจัดว่าเป็นโรคหูดับหรือไม่จะวัดจากระดับการได้ยิน หากระดับการได้ยินลดลงมากกว่า 30 เดซิเบล นานกว่า 72 ชั่วโมงจะจัดเป็นโรคหูดับ โดยอาการโรคหูดับมักชัดเจนในช่วง 2-3 ชั่วโมงแรก ระดับเสียงที่ไม่ได้ยินอาจเป็นระดับเสียงที่ความดังเท่าใดก็ได้ และมีทั้งอาการที่เป็นชั่วคราวและถาวร
จากสถิติพบว่า โรคหูดับมักเกิดกับผู้ที่มีช่วงอายุ 30-60 ปี และมักเกิดกับผู้ที่มีอาชีพที่อยู่ในสถานที่มีเสียงดังเป็นประจำรวมทั้งผู้ ที่ชอบฟังเพลงเสียงดังๆจากเครื่องเล่น MP3 สาเหตุโรคหูดับมีหลายสาเหตุแต่ที่พบมากที่สุดถึงร้อยละ 60 คือ สาเหตุจากการรับเชื้อไวรัสบางชนิด โดยสามารถตรวจพบการเปลี่ยนแปลงทางน้ำเหลืองในห้องปฏิบัติการ ไวรัสที่เป็นสาเหตุได้แก่ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ influenza type B, ซัยโตเมกาโลไวรัส CMV, ไวรัสคางทูม mumps, รูบิโอลา rubeola และไวรัสสุกใส-งูสวัด varicella-zoster โดยไวรัสเหล่านี้จะไปทำให้หูชั้นในอักเสบ
การรักษาโรคหูดับที่สำคัญคือ การพักผ่อนให้มากที่สุดเพื่อให้ประสาทหูฟื้นตัวโดยเร็ว โดยทั่วไปแพทย์จะสั่งให้พักผ่อนอย่างน้อย 1 สัปดาห์โดยระหว่างนี้ห้ามฟังหรือเข้าใกล้ที่ที่เสียงดัง
มากๆ และพบว่าผู้ป่วยกว่าร้อยละ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.healthdee.com/wp-content/uploads/2010/06/1-6-2553-21-09-59.png"><img class="alignnone size-medium wp-image-327" title="1-6-2553 21-09-59" src="http://www.healthdee.com/wp-content/uploads/2010/06/1-6-2553-21-09-59-300x201.png" alt="" width="300" height="201" /></a></p>
<p>ชอบใส่หูฟัง เปิดเพลงเสียงดังหรืออยู่ในที่มีเสียงดังเป็นประจำ เสี่ยงเป็นโรคหูดับ อาการมีทั้งเป็นชั่วคราวและถาวร<br />
<span id="more-326"></span>โรคหูดับหรือชื่อภาษา อังกฤษว่า Sudden Hearing Loss (SHL) คือภาวะสูญเสียการได้ยินอย่างกะทันหัน โดยผู้เป็นโรคหูดับจะมีอาการหูได้ยินเสียงน้อยลงหรือไม่ได้ยินเสียงเลย อาจเป็นข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นข้างเดียว การจัดว่าเป็นโรคหูดับหรือไม่จะวัดจากระดับการได้ยิน หากระดับการได้ยินลดลงมากกว่า 30 เดซิเบล นานกว่า 72 ชั่วโมงจะจัดเป็นโรคหูดับ โดยอาการโรคหูดับมักชัดเจนในช่วง 2-3 ชั่วโมงแรก ระดับเสียงที่ไม่ได้ยินอาจเป็นระดับเสียงที่ความดังเท่าใดก็ได้ และมีทั้งอาการที่เป็นชั่วคราวและถาวร</p>
<p>จากสถิติพบว่า โรคหูดับมักเกิดกับผู้ที่มีช่วงอายุ 30-60 ปี และมักเกิดกับผู้ที่มีอาชีพที่อยู่ในสถานที่มีเสียงดังเป็นประจำรวมทั้งผู้ ที่ชอบฟังเพลงเสียงดังๆจากเครื่องเล่น MP3 สาเหตุโรคหูดับมีหลายสาเหตุแต่ที่พบมากที่สุดถึงร้อยละ 60 คือ สาเหตุจากการรับเชื้อไวรัสบางชนิด โดยสามารถตรวจพบการเปลี่ยนแปลงทางน้ำเหลืองในห้องปฏิบัติการ ไวรัสที่เป็นสาเหตุได้แก่ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ influenza type B, ซัยโตเมกาโลไวรัส CMV, ไวรัสคางทูม mumps, รูบิโอลา rubeola และไวรัสสุกใส-งูสวัด varicella-zoster โดยไวรัสเหล่านี้จะไปทำให้หูชั้นในอักเสบ</p>
<p>การรักษาโรคหูดับที่สำคัญคือ การพักผ่อนให้มากที่สุดเพื่อให้ประสาทหูฟื้นตัวโดยเร็ว โดยทั่วไปแพทย์จะสั่งให้พักผ่อนอย่างน้อย 1 สัปดาห์โดยระหว่างนี้ห้ามฟังหรือเข้าใกล้ที่ที่เสียงดัง<br />
มากๆ และพบว่าผู้ป่วยกว่าร้อยละ 70 อาการหายได้เอง นอกจากนี้ยังมีการรักษาด้วยการใช้ยาต้านไวรัสชื่อ อะซัยโคลเวีย (Acyclovir) สำหรับโรคที่เกิดจากไวรัส HSV-1 และจะยิ่งได้ผลดีขึ้นเมื่อให้ยาต้านไวรัสร่วมกับยาสเตียรอยด์ ส่วนยาลดปฏิกิริยาอักเสบกลุ่มสเตียรอยด์ corticosteroids ก็ได้ผลดีเช่นกัน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การป้องกันโรคหูดับที่ดีที่สุด คือ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีเสียงดังเป็นเวลานานๆและไม่เปิดเพลงจากเครื่อง เล่น MP3 เสียงดังเกินไปเป็นระยะเวลาติดต่อกัน</p>
<p>Content by VoiceTV</p>
<img src="http://www.healthdee.com/?ak_action=api_record_view&id=326&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthdee.com/news/326.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

