<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวเกี่ยวกับสุขภาพ &#187; อาหารเพื่อสุขภาพ</title>
	<atom:link href="http://www.healthdee.com/category/food/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.healthdee.com</link>
	<description>รวบรวมเนื้อหา ข่าวสุขภาพ  เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 02 Jun 2010 15:41:43 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>น้ำผลไม้นี้&#8230;ช่วยเสริมความจำได้</title>
		<link>http://www.healthdee.com/food/350.html</link>
		<comments>http://www.healthdee.com/food/350.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 15:31:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาหารเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำผลไม้]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมความจำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthdee.com/?p=350</guid>
		<description><![CDATA[
หลายคนอาจไม่เชื่อ&#8230; แต่นี่คือเรื่องจริงกับ น้ำผลไม้ ที่นอกจากช่วยดื่มดับกระหาย ยังช่วยดูแลสมองในเรื่องของ ความจำ เป็นอย่างดี
ผลไม้รสเปรี้ยว อย่างองุ่นและบลูเบอร์รี่เป็นแหล่งอุดมไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า แต่ประโยชน์ของผลไม้ทั้งสองชนิดไม่ได้มีเพียงเท่านี้ เพราะจากการศึกษาโดยทีมวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยซินซินนาติ สหรัฐอเมริกาพบว่า องุ่นพันธุ์คองคอร์ดและบลูเบอร์รี่ป่าช่วยให้ความจำดีขึ้นได้
ทีมวิจัยได้ทำการศึกษากับผู้สูงอายุ 2 กลุ่มที่มีปัญหาด้านความจำตามวัย พบว่ากลุ่มผู้สูงอายุ 12 คนที่ดื่มน้ำองุ่นคองคอร์ดเป็นประจำนาน 3 เดือนเริ่มมีความจำดีขึ้น เพราะน้ำองุ่นคองคอร์ดมีผลต่อการส่งสัญญาณประสาท กระตุ้นความจำ รวมทั้งมีสารโพลีฟีนอลที่มีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ด้วย
ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุ 9 คนที่ดื่มน้ำบลูเบอร์รี่ป่าต่อเนื่องนาน 3 เดือน พบว่าความจำเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เพราะสารแอนโทไซยานินในบลูเบอร์รี่ป่าไปช่วยเพิ่มสัญญาณเส้นประสาทบริเวณ สมองส่วนกลางและลดอัตราการเสื่อม ของเส้นประสาท
จากงานวิจัยทั้ง 2 ชิ้นทำให้ได้ข้อสรุปว่า น้ำองุ่นและน้ำบลูเบอร์รี่ไม่เพียงแค่แก้กระหายเท่านั้น แต่ยังช่วยเรื่องสมองและความทรงจำได้อีกด้วย
ที่มา : rakdara.net
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-medium wp-image-351" title="1-6-2553 22-05-22" src="http://www.healthdee.com/wp-content/uploads/2010/06/1-6-2553-22-05-22-300x213.jpg" alt="" width="300" height="213" /></p>
<p>หลายคนอาจไม่เชื่อ&#8230; แต่นี่คือเรื่องจริงกับ น้ำผลไม้ ที่นอกจากช่วยดื่มดับกระหาย ยังช่วยดูแลสมองในเรื่องของ ความจำ เป็นอย่างดี<span id="more-350"></span><br />
ผลไม้รสเปรี้ยว อย่างองุ่นและบลูเบอร์รี่เป็นแหล่งอุดมไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า แต่ประโยชน์ของผลไม้ทั้งสองชนิดไม่ได้มีเพียงเท่านี้ เพราะจากการศึกษาโดยทีมวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยซินซินนาติ สหรัฐอเมริกาพบว่า องุ่นพันธุ์คองคอร์ดและบลูเบอร์รี่ป่าช่วยให้ความจำดีขึ้นได้</p>
<p>ทีมวิจัยได้ทำการศึกษากับผู้สูงอายุ 2 กลุ่มที่มีปัญหาด้านความจำตามวัย พบว่ากลุ่มผู้สูงอายุ 12 คนที่ดื่มน้ำองุ่นคองคอร์ดเป็นประจำนาน 3 เดือนเริ่มมีความจำดีขึ้น เพราะน้ำองุ่นคองคอร์ดมีผลต่อการส่งสัญญาณประสาท กระตุ้นความจำ รวมทั้งมีสารโพลีฟีนอลที่มีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ด้วย</p>
<p>ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุ 9 คนที่ดื่มน้ำบลูเบอร์รี่ป่าต่อเนื่องนาน 3 เดือน พบว่าความจำเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เพราะสารแอนโทไซยานินในบลูเบอร์รี่ป่าไปช่วยเพิ่มสัญญาณเส้นประสาทบริเวณ สมองส่วนกลางและลดอัตราการเสื่อม ของเส้นประสาท</p>
<p>จากงานวิจัยทั้ง 2 ชิ้นทำให้ได้ข้อสรุปว่า น้ำองุ่นและน้ำบลูเบอร์รี่ไม่เพียงแค่แก้กระหายเท่านั้น แต่ยังช่วยเรื่องสมองและความทรงจำได้อีกด้วย</p>
<p>ที่มา : rakdara.net</p>
<img src="http://www.healthdee.com/?ak_action=api_record_view&id=350&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthdee.com/food/350.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กล้วยหอมมีดีกว่าที่คุณคิด</title>
		<link>http://www.healthdee.com/food/334.html</link>
		<comments>http://www.healthdee.com/food/334.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 14:53:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาหารเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วยหอม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthdee.com/?p=334</guid>
		<description><![CDATA[
หลายคนอาจมองว่ากล้วย หอมเป็นพืชที่แสนจะธรรมดา รับประทานเข้าไปแล้วก็เพื่อความอร่อยเฉยๆ แต่จริงๆ แล้วกล้วยหอมมีดีกว่าที่คุณคิด
กล้วยหอมมีสารน้ำตาล อยู่ 3 ชนิด คือ ซุคโคส ฟรุคโตส และกลูโคส (sucrose, fructose and glucose) แถมยังอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร เมื่อทานกล้วยหอมแล้ว มันจะให้พลังงานแก่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ทันทีเลยค่ะ จะยกตัวอย่างให้เห็นถึงพลังจากกล้วยหอม 2 ใบ พลังงานที่ได้จะมากพอที่จะให้เราทำงานถึง 90 นาที แต่ประโยชน์ที่มหัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นคือ ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ และอาการผิดปกติของร่างกายต่างๆ ได้ดีทีเดียว
เห็นไหมล่ะคะว่า กล้วยหอมมีดีกว่าที่ทุกคนคิดจริงๆ เมื่อรู้ถึงประโยชน์ของกล้วยหอมแล้วก็อย่าลืมหามาไว้ติดบ้านนะคะ
Content by Voice TV
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.healthdee.com/wp-content/uploads/2010/06/1-6-2553-21-26-48.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-335" title="1-6-2553 21-26-48" src="http://www.healthdee.com/wp-content/uploads/2010/06/1-6-2553-21-26-48-300x198.jpg" alt="" width="300" height="198" /></a></p>
<p>หลายคนอาจมองว่ากล้วย หอมเป็นพืชที่แสนจะธรรมดา รับประทานเข้าไปแล้วก็เพื่อความอร่อยเฉยๆ แต่จริงๆ แล้วกล้วยหอมมีดีกว่าที่คุณคิด<span id="more-334"></span><br />
กล้วยหอมมีสารน้ำตาล อยู่ 3 ชนิด คือ ซุคโคส ฟรุคโตส และกลูโคส (sucrose, fructose and glucose) แถมยังอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร เมื่อทานกล้วยหอมแล้ว มันจะให้พลังงานแก่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ทันทีเลยค่ะ จะยกตัวอย่างให้เห็นถึงพลังจากกล้วยหอม 2 ใบ พลังงานที่ได้จะมากพอที่จะให้เราทำงานถึง 90 นาที แต่ประโยชน์ที่มหัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นคือ ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ และอาการผิดปกติของร่างกายต่างๆ ได้ดีทีเดียว</p>
<p>เห็นไหมล่ะคะว่า กล้วยหอมมีดีกว่าที่ทุกคนคิดจริงๆ เมื่อรู้ถึงประโยชน์ของกล้วยหอมแล้วก็อย่าลืมหามาไว้ติดบ้านนะคะ</p>
<p>Content by Voice TV</p>
<img src="http://www.healthdee.com/?ak_action=api_record_view&id=334&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthdee.com/food/334.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ของดีใกล้ตัว &#8216;บัวบก-ตะไคร้&#8217; ยับยั้งมะเร็งได้</title>
		<link>http://www.healthdee.com/food/330.html</link>
		<comments>http://www.healthdee.com/food/330.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 14:45:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาหารเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ตะไคร้]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[ใบบัวบก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthdee.com/?p=330</guid>
		<description><![CDATA[
สวทช.เผยงานวิจัย บัวบกและตะไคร้พืชสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
ศ.อุษณีย์ วินิจเขตคำนวณ ภาควิชาชีวเคมีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะนักวิจัยโครงการสมองไหลกลับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) เปิดเผยการทดสอบการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูขาว พบ
สารสกัดจากบัวบกและตะไคร้ มีฤทธิ์ป้องกันและยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างดี โดยกลุ่มหนูขาวที่ถูกกระตุ้นให้เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หลังจากการได้รับสารก่อมะเร็งปนเปื้อนในอาหารประเภทปิ้งย่าง ตรวจพบจำนวนเซลล์ก่อมะเร็งขนาดใหญ่และมีเซลล์มะเร็งที่มีลักษณะเป็นเซลล์ ร้ายและลุกลาม ขณะที่กลุ่มหนูขาวซึ่งได้รับสารสกัดจากใบบัวบกหรือตะไคร้ไม่ว่าก่อนหรือหลัง ถูกกระตุ้นให้เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่พบจำนวนเซลล์ก่อมะเร็งลดลงถึงร้อยละ 60 โดยเซลล์มีขนาดเล็กกว่าและไม่ลุกลาม
ศ.อุษณีย์ กล่าวว่า เนื่องจากในสารสกัดบัวบกมีกรดอะเซียติก (Asiatic acid) ที่เป็นสารออกฤทธิ์ทำให้เซลล์มะเร็งเกิดการทำลายตัวเองส่วนสารสกัดจากตะไคร้ นั้น พบสารสำคัญ คือ ซิทรอล (citral) ที่มีฤทธิ์หยุดวงจรการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นการค้นพบครั้งแรกสำหรับคุณสมบัติข้อนี้ของตะไคร้
ทีมวิจัยยังใช้เทคนิค HPLC fingerprint ในการกำหนดและควบคุมสารที่สกัดจากบัวบกหรือตะไคร้ให้มีปริมาณความเข้มข้นของ สารสำคัญที่แน่นอน สม่ำเสมอ ปลอดภัย และได้มาตรฐานจึงเหมาะที่จะนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์
ศ.อุษณีย์ กล่าว ‘เพื่อให้สามารถกำหนดปริมาณในการบริโภคสารสกัดจากบัวบกหรือตะไคร้สำหรับ ป้องกันมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิผลทีมวิจัยยังได้เจาะเลือดหนูขาวมาทำการ ศึกษาวัดอัตราและขอบเขตการออกฤทธิ์ของสารออกฤทธิ์ภายหลังการป้อนสารสกัด มาตรฐานจากบัวบกหรือตะไคร้ พบว่า หนูขาวสามารถดูดซึมสารสำคัญได้ในเวลา 10 นาที และเพิ่มปริมาณสูงสุดที่เวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นสารสกัดจะค่อยๆ ลดลงจนกระทั่งหายไปจากซีรั่มภายใน6 ชั่วโมง ข้อมูลนี้จะถูกนำไปใช้คำนวณสำหรับวางแผนวิจัยเชิงคลีนิคในอาสาสมัคร สำหรับหาปริมาณการบริโภคที่เหมาะสมในมนุษย์ต่อไป’
Content by [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.healthdee.com/wp-content/uploads/2010/06/1_14342.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-331" title="1_14342" src="http://www.healthdee.com/wp-content/uploads/2010/06/1_14342-300x169.jpg" alt="" width="300" height="169" /></a></p>
<p>สวทช.เผยงานวิจัย บัวบกและตะไคร้พืชสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่<br />
<span id="more-330"></span>ศ.อุษณีย์ วินิจเขตคำนวณ ภาควิชาชีวเคมีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะนักวิจัยโครงการสมองไหลกลับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) เปิดเผยการทดสอบการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูขาว พบ</p>
<p>สารสกัดจากบัวบกและตะไคร้ มีฤทธิ์ป้องกันและยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างดี โดยกลุ่มหนูขาวที่ถูกกระตุ้นให้เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หลังจากการได้รับสารก่อมะเร็งปนเปื้อนในอาหารประเภทปิ้งย่าง ตรวจพบจำนวนเซลล์ก่อมะเร็งขนาดใหญ่และมีเซลล์มะเร็งที่มีลักษณะเป็นเซลล์ ร้ายและลุกลาม ขณะที่กลุ่มหนูขาวซึ่งได้รับสารสกัดจากใบบัวบกหรือตะไคร้ไม่ว่าก่อนหรือหลัง ถูกกระตุ้นให้เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่พบจำนวนเซลล์ก่อมะเร็งลดลงถึงร้อยละ 60 โดยเซลล์มีขนาดเล็กกว่าและไม่ลุกลาม</p>
<p>ศ.อุษณีย์ กล่าวว่า เนื่องจากในสารสกัดบัวบกมีกรดอะเซียติก (Asiatic acid) ที่เป็นสารออกฤทธิ์ทำให้เซลล์มะเร็งเกิดการทำลายตัวเองส่วนสารสกัดจากตะไคร้ นั้น พบสารสำคัญ คือ ซิทรอล (citral) ที่มีฤทธิ์หยุดวงจรการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นการค้นพบครั้งแรกสำหรับคุณสมบัติข้อนี้ของตะไคร้</p>
<p>ทีมวิจัยยังใช้เทคนิค HPLC fingerprint ในการกำหนดและควบคุมสารที่สกัดจากบัวบกหรือตะไคร้ให้มีปริมาณความเข้มข้นของ สารสำคัญที่แน่นอน สม่ำเสมอ ปลอดภัย และได้มาตรฐานจึงเหมาะที่จะนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์</p>
<p>ศ.อุษณีย์ กล่าว ‘เพื่อให้สามารถกำหนดปริมาณในการบริโภคสารสกัดจากบัวบกหรือตะไคร้สำหรับ ป้องกันมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิผลทีมวิจัยยังได้เจาะเลือดหนูขาวมาทำการ ศึกษาวัดอัตราและขอบเขตการออกฤทธิ์ของสารออกฤทธิ์ภายหลังการป้อนสารสกัด มาตรฐานจากบัวบกหรือตะไคร้ พบว่า หนูขาวสามารถดูดซึมสารสำคัญได้ในเวลา 10 นาที และเพิ่มปริมาณสูงสุดที่เวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นสารสกัดจะค่อยๆ ลดลงจนกระทั่งหายไปจากซีรั่มภายใน6 ชั่วโมง ข้อมูลนี้จะถูกนำไปใช้คำนวณสำหรับวางแผนวิจัยเชิงคลีนิคในอาสาสมัคร สำหรับหาปริมาณการบริโภคที่เหมาะสมในมนุษย์ต่อไป’</p>
<p>Content by VoiceTV</p>
<img src="http://www.healthdee.com/?ak_action=api_record_view&id=330&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthdee.com/food/330.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กินไข่อย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ</title>
		<link>http://www.healthdee.com/food/321.html</link>
		<comments>http://www.healthdee.com/food/321.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 08:36:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาหารเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[คอเลสเตอรอลสูง]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ไข่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthdee.com/?p=321</guid>
		<description><![CDATA[
การกินไข่ในปริมาณ เหมาะสมตามวัยจะช่วยลดไขมันส่วนเกิน และควบคุมระดับคอเลสเตอรอลให้เป็นปกติ ได้อย่างง่ายดายค่ะ
เด็กอายุ 1 ปีจนถึงเด็กวัยเรียน ควรบริโภคไข่วันละ 1 ฟองผู้ใหญ่ที่มีภาวะร่างกายปกติ ควรบริโภคไข่ 3-4 ฟองต่อสัปดาห์
คนวัยทำงานสุขภาพดี สามารถบริโภคไข่ได้ทุกวัน ไม่เพิ่มคอเลสเตอรอลและไม่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ หรือโรคที่ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ก็ควรบริโภคไข่เพียง 1 ฟองต่อสัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์
นอกจากแล้วสิ่งที่ทุกคนควรทราบไว้นะคะ ไข่ไม่ได้เป็นสาเหตหลักของโรคหัวใจและหลอดเลือด
Content by Voice TV
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.healthdee.com/wp-content/uploads/2010/06/1-6-2553-15-04-59.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-322" title="1-6-2553 15-04-59" src="http://www.healthdee.com/wp-content/uploads/2010/06/1-6-2553-15-04-59-300x198.jpg" alt="" width="300" height="198" /></a></p>
<p>การกินไข่ในปริมาณ เหมาะสมตามวัยจะช่วยลดไขมันส่วนเกิน และควบคุมระดับคอเลสเตอรอลให้เป็นปกติ ได้อย่างง่ายดายค่ะ<br />
เด็กอายุ 1 ปีจนถึงเด็กวัยเรียน ควรบริโภคไข่วันละ 1 ฟองผู้ใหญ่ที่มีภาวะร่างกายปกติ ควรบริโภคไข่ 3-4 ฟองต่อสัปดาห์<span id="more-321"></span></p>
<p>คนวัยทำงานสุขภาพดี สามารถบริโภคไข่ได้ทุกวัน ไม่เพิ่มคอเลสเตอรอลและไม่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ</p>
<p>กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ หรือโรคที่ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ก็ควรบริโภคไข่เพียง 1 ฟองต่อสัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์</p>
<p>นอกจากแล้วสิ่งที่ทุกคนควรทราบไว้นะคะ ไข่ไม่ได้เป็นสาเหตหลักของโรคหัวใจและหลอดเลือด</p>
<p>Content by Voice TV</p>
<img src="http://www.healthdee.com/?ak_action=api_record_view&id=321&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthdee.com/food/321.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

